ชาวเมียนมา เชื่อ ถึงเวลา 'จับอาวุธ' จัดตั้งกองทัพสู้ รัฐบาลทหาร

 


ชาวเมียนมาจำนวนไม่น้อย เชื่อ ถึงเวลา ‘จับอาวุธ’ กองทัพทหารไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสังหารหมู่ โดยหวังว่ารัฐบาลกลางจัดตั้งกองทัพเร็ว ๆ นี้ บางส่วนเข้าฝึกกับ KNU

Myanmar, March 27, 2021. REUTERS/Stringer

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.64 สำนักข่าว Myanmar Now รายงานว่า มีประชาชน ‘จำนวนหนึ่ง’ ในเมียนมา เชื่อว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้ว ที่ประชาชนจะลุกขึ้น จับอาวุธ สู้กับกองทัพเมียนมา เนื่องจากประชาชนส่วนนี้เชื่อว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน แม้พยายามหลีกหนี ก็มีแต่จะต้องบาดเจ็บล้มตายอยู่ดี ถ้าหากได้สู้ถึงตาย แล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ก็อาจดีกว่า

เส้นทางที่ไม่อาจหันหลังกลับ

โก ซอง (นามสมมติ) นักศึกษาเยาวชน ชาวมัณฑะเลย์ วัย 24 ปี ซึ่งกำลังเรียนจบหลักสูตรการศึกษาทางไกลจากมหาวิทยาลัยยาดานาบอน และทำงานในธุรกิจของพ่อแม่ เขาเป็นหนึ่งในประชาชนทั่วประเทศที่เข้าร่วมการประท้วง หลังจากที่กองทัพยึดอำนาจในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เขาและสมาชิกคนอื่น ๆ ในสหภาพนักศึกษาของเขา ถือเป็นแนวหน้าของการต่อสู้กับรัฐบาลทหารที่เข้ามายึดอำนาจพลเรือน

Naypyitaw, Myanmar, March 27, 2021. REUTERS/Stringer

ในช่วงแรก กองกำลังของรัฐบาลทหาร ใช้แก๊สน้ำตากับฝูงชนที่ต่อต้านรัฐประหาร และต่อมากองทัพก็ใช้กระสุนจริง ขณะนี้เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว ที่ พลเอก มิน อ่อง หล่าย ผู้นำระดับสูงสุดของเมียนมา ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประเทศ และยังคงดำเนินการสังหารประชาชนอย่างไม่หยุดหย่อน ในแต่ละสัปดาห์ มีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นอีก การสังหารโหดเหล่านี้ ไม่เว้นแม้แต่เด็กหรือเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์

Yangon, Myanmar March 27, 2021. REUTERS/Stringer

ประชาชนมีเพียงอาวุธที่ทำจากวัสดุทั่วไป เช่น หนังยางดีดหิน ปินประดิษฐ์ ธนู โล่ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเอง และค็อกเทลโมโลตอฟ โก ซอง และพรรคพวก รู้ดีว่าอาวุธประดิษฐ์เหล่านี้ ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย กับกองกำลังติดอาวุธที่มีอาวุธสงครามร้ายแรง และมีใบอนุญาตให้สังหารโหดอย่างไร้ความปรานี

Yangon, Myanmar March 28, 2021. REUTERS/Stringer

นั่นคือเหตุผลที่ โกซองและเพื่อน ๆ ของเขา ตัดสินใจว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องได้อาวุธจริงมาเป็นของตัวเองและเรียนรู้วิธีการใช้งาน และเพื่อที่จะทำเช่นนั้นได้ พวกเขาจึงเดินทางไปยังพื้นที่แถบชายแดน ซึ่งเป็นถิ่นของกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ที่เคยต่อสู้กับชาวเมียนมา มานานหลายทศวรรษ

“เราไม่สามารถแค่ประท้วงและโยนค็อกเทลโมโลตอฟได้” โกซอง อธิบายว่าเหตุใดเขาและคนอื่น ๆ อีกหลายร้อยคน จึงเดินทางออกจากเมืองด้วยความหวังว่าจะหาวิธีต่อสู้กับผู้กดขี่ที่มีอาวุธและอำนาจครบมือ

Reuters

สูญเสียแต่จะไม่สูญสิ้น

สำหรับคนหนุ่มสาวชาวเมียนมาจำนวนมาก ระบอบการปกครองที่ไม่สนใจชีวิตมนุษย์โดยสิ้นเชิง คือสิ่งที่กระตุ้นความปรารถนาของพวกเขา พวกเขาพร้อมเอาชนะในทุกหนทางที่เป็นไปได้ โดยเฉพาะ ผู้ที่ได้เห็นฉากการสังหาร หรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และมีประสบการณ์ มักจะแน่วแน่อย่างมาก ไม่ว่าจะสูญเสียอะไรก็ตาม

หมิน หมิน เยาวชนอายุ 24 ปี จากเมืองย่างกุ้ง ถูกยิงถึง 2 ครั้ง ในการโจมตีของกองทัพที่ เขตไลง์ตายา ซึ่งถูกประกาศเป็นเขตสงครามและมีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน เขาถูกกระสุนยางสองนัดพุ่งเข้ามาที่ใต้ข้อมือ

Mandalay, Myanmar March 23, 2021. REUTERS/Stringer

เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งเขาเห็นคนอื่น ๆ อีกมากมายที่มีบาดแผลร้ายแรงกว่าตัวเขาเอง บางคนถูกยิงที่ตา ในขณะที่บางคนบาดเจ็บสาหัส เช่น มีอวัยวะภายในทะลักออกมานอกร่างกาย เขากล่าวว่า โรงพยาบาลเต็มไปด้วยเสียงครวญครางของประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของคนที่พวกเขารัก

หมินหมินบอกว่า เขาจะไม่มีวันลืมความทุกข์ครั้งใหญ่ทั้งของตัวเองและคนอื่น ๆ ที่เขาประสบในวันนั้น แม้ว่าวันนั้นเขาจะหมดสติไปเป็นเวลานานก็ตาม

Post A Comment

أحدث أقدم