ฝ่าย กม. ‘เอ๋’ ทำหนังสือถึง ป.ป.ช. ขอความเมตตา ก่อนส่งศาลฟันจริยธรรม วอนสังคมอย่าด่วนตัดสิน

 ‘เอ๋ ปารีณา’ เผยทำหนังสือถึง ป.ป.ช.ขอความเป็นธรรมก่อนส่งศาล รธน. เอาผิดจริยธรรม หวังศาลเห็นต่างไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. วอนสังคมอย่าด่วนตัดสิน ชี้ปัญหาที่ดินเกิดทั่วประเทศ ยกตัวเองเป็นโมเดลแรก หากสิ้นคดีเตรียมเปิดศูนย์ให้ความช่วยเหลือ ปชช.



เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พชปร.) กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของตนได้ให้ส่งหนังสือขอความเมตตาและขอทบทวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก่อนที่จะส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องเอาผิดจริยธรรมตน เพราะมีข้อเท็จจริงปรากฏเกิดขึ้น

น.ส.ปารีณากล่าวว่า ส่วนตัวต้องให้สังคมตัดสินด้วย เพราะถือเป็นคดีแรกที่ที่กฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่ให้อำนาจ ป.ป.ช.พิจารณาจริยธรรม ส.ส.ด้วย และถึงวันนี้สภาผ่านมา 2 ปีมีตนคนเดียวที่ถูกดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. หากศาลรับฟ้อง น.ส.ปารีณากล่าวว่า หากศาลรับฟ้องก็ไม่ใช่ว่าจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ 100 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นศาลมีความเห็นต่างเป็นอย่างอื่น ดังนั้นจึงอยู่ที่ความเห็นของศาล

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาในช่วงที่ น.ส.ปารีณามีบทบาททางการเมือง น.ส.ปารีณากล่าวว่าเมืองไทยเป็นระบบกล่าวหา แต่ก็มีความยุติธรรมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเสมอ ฉะนั้น เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราก็จะมีโอกาสในการนำพยาน เอกสาร และหลักฐานไปต่อสู้ ดังนั้น ขอวอนสังคมอย่าเพิ่งด่วนตัดสินตนในตอนนี้

“เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ดินที่เกิดขึ้นกับรัฐและประชาชน ปัญหาแผนที่ที่บางครั้งประชาชนไม่รู้ว่าที่ที่กำลังทำกินและอาศัยอยู่เป็นที่ประเภทใด ขนาดรัฐยังมีข้อโต้แย้งกันเลยว่าเป็นที่ป่าอุทยานแห่งชาติ หรือที่ราชพัสดุ ซึ่งถือปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนทั่วประเทศ

“ดังนั้น คดีนี้จะเป็นโมเดลของประชาชนด้วยว่าถ้าดิฉันถูกดำเนินคดีและเป็นคนแรกในรัฐสภาชุดนี้ที่ถูกดำเนินคดี ทั้งจริยธรรมคนแรก และบุกรุกป่าคนแรก ทั้งที่ในสภาและนอกสภาที่มีผู้ถือครองเอกสารเยอะ ซึ่งทุกคนก็คงจะเฝ้ารอดูคดีของดิฉันอยู่” น.ส.ปารีณากล่าว

ต่อข้อคำถามว่า แสดงว่าถึงขณะนี้ยังมั่นใจในสิ่งที่ได้ดำเนินการอยู่ โดยเข้าไปทำกินจริงๆ ใช่หรือไม่ น.ส.ปารีณากล่าวว่า เดิมตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่มีความรู้ด้านกฎหมาย แต่ไม่ใช่นักกฎหมายที่จะไปเข้าใจกฎหมายที่ดิน ส.ป.ก., กฎหมายที่ดินป่าไม้ หรืออะไรต่างๆ และวันนี้เมื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหาก็ได้เรียนรู้ขึ้นมามากขึ้น และเริ่มเข้าใจ ดังนั้น หากคดีนี้สิ้นสุดตนจะเปิดศูนย์ให้ความช่วยเหลือกับประชาชนที่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินเช่นเดียวกันตน

ส่วนที่กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหนังสือถึงประธานสภาเพื่อขอตัว น.ส.ปารีณาไปดำเนินคดีอาญานั้น น.ส.ปารีณากล่าวว่า เขาคงกำลังจะดำเนินอยู่ แต่ตนยังไม่ได้รับหมายเรียกอะไร และเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็มีขั้นตอนอยู่แล้ว

Post A Comment

Previous Post Next Post